เมล็ดพันธุ์ไทยคุณภาพดี
เทคนิคการปลูกให้ได้คุณภาพ
เทคนิคการใช้ปุ๋ย
FAMOUS BRAND 
 
ผู้ชม
วันนี้ 137
เมื่อวาน 471
ทั้งหมด 564,416
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 138
เมื่อวาน 488
ทั้งหมด 616,205
 เทคนิคการปลูกแตงโมคุณภาพ

ความต้องการของตลาด 
ต้องการแตงโมเนื้อแดงจัด เนื้อแน่น กรอบไส้ไม่ล้ม เปลือกบางแต่แข็ง สามารถทนทานต่อการขนส่งได้ดี

ผลผลิตที่ต้องการ

ผลแตงโมลูกใหญ่ ดก เนื้อสีแดงจัด เนื้อแน่น ไส้ไม่ล้มง่าย ผลทรงกลมรี มีสีเขียวสลับสีเขียวอ่อน เปลือกบางแข็ง ทนทานต่อการขนส่งได้ดี ความหวานสูง 13 –15 บริกซ์ เก็บผลผลิตไว้ได้เพิ่ม 5 - 7 วัน

การเพาะเมล็ด

1. นำเมล็ดแช่น้ำยาเร่ง  ความงอก (จิ๊บ) อัตรา 2 หยด / น้ำ 1 แก้ว (250 ซีซี ) แช่ทิ้งไว้  นาน 30 –45 นาที 

2. นำเมล็ดมาคลุกยาเอฟรอน หรือริดโอมิลเธมเซด       ป้องกันโรครา 

3. หยอดเมล็ดลงถาดเพาะลึก 1 – 1.5 ซ.ม  วางเมล็ดแบนราบกับพื้น แล้วกลบเบา ๆ  รดน้ำให้พอชุ่มวันละครั้ง (ใช้เมล็ดประมาณ 80 กรัม/ไร่)

เตรียมดิน

1. ระยะห่าง ระหว่างแถว 4– 5 ม.   ระหว่างต้น 1-1.5  

2. เตรียมดินรองก้นหลุม ปุ๋ย 15 – 15 – 15 
   หรือ 16 –16 - 26 อัตรา 1  ช้อนแกงผสมขี้ไก่ 1- 2    กะลา /หลุม เคล้าปุ๋ยกับดินก้นหลุม และกลบดินสูงจาก     ขี้ไก่อย่างน้อย 1 ฝ่ามือ 

3. โรยฟูราดานในอัตรา 1 ช้อน ชา / หลุม
   แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ก่อนปลูก 1 วัน

การไว้ผล

ควรตัดยอดเมื่อแตงโมอายุ 18-20 วัน   แล้วเลี้ยงเถา 3-4 เถา/ต้น ควรเริ่มไว้ลูกข้อที่ 13-15 ไว้ 2-3 ลูก / ต้น   ถ้าเป็นการปลูกไม่ตัดยอด ควรไว้ลูกข้อที่ 18-20 นับจากข้อโคนต้น


การให้ปุ๋ยทางดิน
Ø    อายุ 7-10 วัน หลังแตงโมมีใบจริง 2 – 3 ใบ ใส่ปุ๋ยสูตร 25-7-7 อัตรา 3 – 5 กรัม / หลุม ใส่ห่างจากโคนต้น 10 ซ.ม.
Ø    อายุ 13-15 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 (ดินร่วน) หรือ 13-13-21 (ดินทราย)    ผสมสูตร 15-0-0 หรือ 21-0-0 อัตรา 5:1 โดยใส่หลุมละ 1 กำมือ ใส่ห่างจากต้น 25 ซ.ม.
Ø    อายุ 22-25 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 20-20-0 อัตรา 2 กำมือ/หลุม ห่างจากโคนต้น 30 ซ.ม. เพื่อเลี้ยงเถาและเร่งการติดผล
Ø    อายุ 40-42 วัน หลังจากแตงโมผลใหญ่เท่าไข่ไก่ แล้วให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ผสม 15-0-0 ในอัตรา 4:1 โดยใส่หลุมละ 2 กำมือ ห่างจากโคนต้น 30-40 ซ.ม. อย่าใส่ปุ๋ยซ้ำรอยเดิม
Ø   อายุ 50-52 วัน    ใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60   ผสม 15-0-0 อัตรา 1:1 โดยน้ำหนักหลุมละ 1 กำมือ แล้วรดน้ำตาม ต้องควบคุมปริมาณน้ำให้ลดลงช่วงก่อนตัดแตง 7-10 วัน   และควรงดการให้น้ำก่อนตัด 2-3 วัน เพื่อให้แตงโมมีสีแดงเข้ม ความหวานสูง


หมายเหตุ
 1.การเกิดอาการเถาแตก เกิดจากหลายสาเหตุ   เช่น ขาดธาตุโบรอน , เชื้อรา, ใช้สารฮอร์โมน เอ็น เอ เอ มากเกินไป หรือใส่ปุ๋ย 0-0-60 มากเกินไป รวมกับการใช้น้ำมากเกินไป หรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงกะทันหัน
2. การลดอาการผ้าใบหรือใบเผือมากเกิน ถ้าเกิด
 - ช่วงก่อนติดลูกจะทำให้ดอกฝ่อ ไม่ติดลูก
- ช่วงหลังติดลูกจะทำให้แตงคุณภาพเนื้อไม่ดี เนื้อไม่แดง ไม่หวาน ให้ใช้ปุ๋ยเกร็ด 0-52-34 ฉีดทางใบ
การจัดการและการดูแลรักษาโรคและแมลง
1.       ระยะเริ่มปลูก
Ø    ฉีดพ่น คาร์เบนคาซิมหรือแมนโคเซ็บ เพื่อป้องกันการเกิดโรครา
Ø    ฉีดพอสซ์, แอสเซ็นท์, ไดคาร์โซลหรือแจคเก็ต กำจัดหนอนและเพลี้ยไฟ
Ø    ฉีดพ่น แคลเซียม-โบรอน, ซอร์บาสเปรย์หรือบีพลัส บำรุงต้น ป้องกันโคนแตก
Ø    ฉีดพ่น ดีซ, ก๊อตหรือไบโพลาน เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ ป้องกันการขาดธาตุอาหาร
Ø    ฉีดพ่น เกอร์มาร์หรือไซโตเจน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโต ช่วยเพิ่มการแตกแขนง เร่งการเจริญเติบโต
 
2.       ระยะแตงโมเริ่มทอดยอด
Ø    ฉีดพ่น แอนทราโคล, แมนโคเซ็บ, ซูมิเล็กซ์, เคอร์เซทเอ็ม-8 หรือริโดมิล MZป้องกันและกำจัดโรคใบจุด, ใบกรอบ,ราน้ำค้าง และโรคแอนแทรกโนส
Ø    ฉีดพ่น พอสซ์, แอสเซนท์, ไดคาร์โซลหรือแจคเก็ต กำจัดหนอนและเพลี้ยต่างๆ
Ø    ฉีดพ่น ดีซ, ก๊อต หรือไบโพลาน เพื่อทำให้ต้นแข็งแรงทำให้ยอดแตงโมเดินเร็วขึ้น
Ø    ฉีดพ่น เกอร์มาร์หรือไซโตเจนผสมจิ๊บ เพื่อสร้างแขนง และเร่งการยืดยอดแตงโม
 
3.       ระยะก่อนออกดอก
Ø    ฉีดพ่น แอนทราโคล, แมนโคเซ็บ, ซูมิเล็กซ์, เคอร์เซทเอ็ม-8 หรือริโดมิล M  ป้องกันและกำจัดโรคใบจุด,ใบกรอบ,ราน้ำค้าง และโรคแอนแทรกโนส
Ø    ฉีดพ่น พอสซ์, แอสเซนท์,ไดคาร์โซล หรือแจคเก็ต กำจัดหนอนและเพลี้ยต่างๆ
Ø    ฉีดพ่น ก๊อตหรือดีซ เพื่อสร้างความสมดุลย์ให้กับต้นแตงโมเพื่อการออกดอก
Ø    ฉีดพ่น เกอร์มาร์ หรือไซโตเจน เพื่อบำรุงต้นสะสมอาหารก่อนการออกดอก
Ø    ฉีดพ่น ปุ๋ยทางใบสูตร 15-30-15 หรือสูตรใกล้เคียง เพื่อการสะสมอาหาร
 
4.       ระยะดอกบาน
Ø    ฉีดพ่น แอนทราโคล,ซูมิเล็กซ์ หรือเคอร์เซทเอ็ม-8 เพื่อป้องกันกำจัดโรครา
Ø    ฉีดพ่น ไบโอแอ็คทีฟ หรือเกอร์มาร์ เพื่อเสริมสร้างและบำรุงดอก
Ø    ฉีดพ่น ดีซ หรือก๊อต เพื่อบำรุงดอกทำให้ดอกแตงโมสมบูรณ์ติดผลง่าย
Ø    ฉีดพ่น แคลเซียม-โบรอน, ซอร์บาสเปรย์ หรือบีพลัส ทำให้ติดผลง่ายดอกแข็งแรง
 
5.       ระยะติดผลเล็ก-ระยะขยายขนาดผล
Ø    ฉีดพ่น แอนทราโคล,ซูมิเล็กซ์ หรือริโดมิล MZ เพื่อป้องกันกำจัดโรคทางใบ
Ø    ฉีดพ่น พอสซ์, แลนเบท หรือแจคเก็ต เพื่อกำจัดหนอนเจาะผลและหนอนชอนใบ
Ø    ฉีดพ่น แคลเซียม-โบรอน เพื่อสร้างเนื้อทำให้เนื้อแน่น มีน้ำหนัก
Ø    ฉีดพ่น ดีซ หรืออาหารเสริม เพื่อสร้างเนื้อทำให้ผลแตงโมมีคุณภาพดี
Ø    ฉีดพ่น เกอร์มาร์หรือสาหร่ายทะเล เพื่อขยายเนื้อทำให้เนื้อแน่น น้ำหนักเพิ่ม
 
6.       ระยะก่อนเก็บผลประมาณ 2-3 อาทิตย์
Ø    ฉีดพ่น แอนทราโคล, ซูมิเล็กซ์ หรือเคอร์เซทเอ็ม-8 เพื่อรักษาโรคทางใบ
Ø    ฉีดพ่น พอสซ์หรือแลนเนท กำจัดหนอนชอนใบและหนอนไถเปลือกแตงโม
Ø    ฉีดแคลเซียม-โบรอน เพื่อสร้างเนื้อทำให้เนื้อแน่นสีแดงเข้ม
Ø    ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 7-12-40 หรือสูตรใกล้เคียง เพื่อเพิ่มความหวานและทำให้เนื้อแน่นกรอบ น้ำหนักดี
Ø    ฉีด ดีซหรืออาหารเสริม เพื่อทำให้ต้นแตงโมสมบูรณ์ ส่งเสริมการสร้างเนื้อทำให้เนื้นแน่น มีคุณภาพ
 
หมายเหตุ การป้องกันแตงโมไส้แตกให้ได้ผลดีที่สุด ต้องใช้ธาตุอาหารพวกแคลเซียมโบรอน อย่างสม่ำเสมอ ( ประมาณ 5 ครั้ง/ 1 การปลูก )
 
ความต้องการของตลาด ติดผลดก  ผลทรงกลมรี ผิวสีเขียวเข้ม สลับลายเส้นสีดำ เปลือกบางแต่แข็ง เนื้อสีแดงจัดรสหวาน เนื้อแน่น กรอบ ไส้ไม่ล้มง่ายแม้จะเก็บผลผลิตไว้นาน ทนทานการขนส่ง ต้านทานโรคได้ดี น้ำหนักผลเฉลี่ย 4-5 กก.อายุการเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 60-65 วันหลังหยอดเมล็ด


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

เทคนิคการปลูกแตงโม ตราตะวันต้นกล้า
การผลิตแตงโมเพื่อให้ได้คุณภาพตามตลาดต้องการ สิ่งสำคัญต้องดูแลรักษาดี คือ ใส่ปุ๋ยทางดินให้เพียงพอ ดูแลเรื่องการให้น้ำ และทำการจัดโปรแกรมการใช้สารเคมีและปฏิบัติตามโปรแกรมควรทำการฉีดพ่นป้องกันจะมีผลดีกว่าปล่อยให้โรคหรือแมลงระบาด ซึ่งจะทำให้การปลูกแตงโมไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง ซึ่งหลายคนกำลังประสบอยู่
 การใช้สารเคมีที่ปรากฏคำว่า “หรือ” ให้เลือกใช้สารตัวใดตัวหนึ่ง ส่วนสารกำจัดแมลงและสารกำจัดโรคพืชไม่ควรฉีดพ่นสารชนิดเดียวกันเกิน 2 ครั้ง เนื่องจากจะทำให้โรคและแมลงเกิดการดื้อยา ทำให้การใช้ยาไม่ได้ผล การฉีดพ่นควรฉีดในช่วงเช้าๆ หรือตอนเย็น จะได้ผลดีที่สุด
 
อาหารเสริม คือ ธาตุอาหารที่ประกอบไปด้วย ธาตุ Ca,Mg, S, Fe, Mn, Zn, Cu, B, Mo และ Cl
 
ข้อแนะนำ การใช้สารเคมีควรปรึกษานักวิชาการเกษตร-ผู้รู้ หรือร้านค้าที่จำหน่ายเคมีเกษตรซึ่งมีอยู่ทั่วไป จะเป็นผลดีที่สุดเพื่อช่วยให้การผลิตแตงโมเป็นไปตามที่มุ่งหวัง
 ก่อนใช้สารเคมีทุกครั้ง ควรอ่านฉลากคำแนะนำก่อนการใช้ทุกครั้ง
 
1.อาหารเสริม ( แคลเซียมโบรอน )
 วิธีการใช้ ใช้ฉีดทุกระยะการเจริญเติบโต ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเริ่มเก็บผล ช่วงที่สำคัญคือ ก่อนเอาดอก 10 วัน และหลังติดผลขนาดไข่ไก่
ผลที่ได้ เปลือกและเนื้อแตงโมแข็ง กรอบ น้ำหนักผลเพิ่มขึ้น ลดปัญหายอดตั้ง ไส้แตก ไส้ซึม เถาแตก
 
2.อาหารเสริม ( มีธาตุอาหารเสริมโดยเฉพาะ แมกนีเซียมสูงๆ )
วิธีการใช้ ฉีดหลังจากแตงโมมีผลขนาดไข่ไก่ทุก 7-10 วัน
ผลที่ได้ สามารถเก็บผลผลิตไว้ได้นาน เนื้อสีแดงจัด ไส้ไม่ซึม เพิ่มความหวาน สีผิวออกนวลเขียว
 
3.ปุ๋ยเกร็ด ( สูตร 16-8-24 หรือสูตรใกล้เคียง )
วิธีการใช้ ฉีดทางใบหลังแตงโมลูกขนาดไข่ไก่ ทุก 7-10 วัน
ผลที่ได้ ช่วยหยุดเถา หยุดยอด สร้างตาดอก ติดลูกดี ดกขึ้น ช่วยขยายผลแตงให้ใหญ่ขึ้น
 
4.การทำให้แตงโมติดลูก ต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 10 วัน ช่วงดอกบานไม่ควรฉีดสารฆ่าแมลงซึ่งจะเป็นอันตรายต่อแมลงที่จะช่วยผสมเกสรและช่วงแตงโมติดลูกไม่ควรใช้ ปุ๋ย 46-0-0 หรือ 21-0-0 ( ปุ๋ยยูเรีย ) เพราะช่วงดังกล่าวถ้ามีปริมาณ ไนโตรเจนมากเกินไปจะมีผลทำให้แตงโมไส้แตกเมื่อเก็บเกี่ยว
 
5. การตัดยอด แตงโมอายุ 15-20 วัน มีใบจริง 3-5 ใบ ประมาณข้อที่ 5 แล้วเลี้ยงเถาหลัก 3 เถา/ต้น ไว้ผลข้อที่ 11 ขึ้นไป
Back
Share
 
เว็บสำเร็จรูป
×