เมล็ดพันธุ์ไทยคุณภาพดี
เทคนิคการปลูกให้ได้คุณภาพ
เทคนิคการใช้ปุ๋ย
FAMOUS BRAND 
 
ผู้ชม
วันนี้ 193
เมื่อวาน 327
ทั้งหมด 576,842
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 196
เมื่อวาน 329
ทั้งหมด 629,225
 เทคนิคการปลูกข้าวโพด
ลักษณะประจำพันธุ์ Big 5  
   
 ชนิดยีนควบคุมความหวานsh2  
 ผลผลิตทั้งเปลือก (ก.ก./ไร่)3,719  
 ผลผลิตปอกเปลือก (ก.ก./ไร่)2,553  
 เปอร์เซ็นต์เนื้อมากกว่า 35%   
 วันออกไหม48-50   
 ความสูงต้น (ซ.ม.)195  
 ความสูงฝัก (ซ.ม.)100  
 อายุเก็บเกี่ยวหลังออกไหม (วัน)    
 โรงงานอุตสาหกรรม 20  
 เก็บเกี่ยวสด  22  
 อายุเก็บเกี่ยวหลังปลูก (วัน) 70-75  
 (ฤดูหนาวอาจเก็บเกี่ยวช้าลง 7-10 วัน)   
 สีไหม  ขาว   
 คุณภาพการชิม  ดีมาก   
 ความหวาน ดีมาก ดีมาก   
 ความหนาเปลือกหุ้มเมล็ด  บาง   
 สีเมล็ด  เหลือง   
 จำนวนแถวเมล็ดต่อฝัก  16-18  
 ความยาวฝัก (ซ.ม.)  20-22  
 ความกว้างฝัก (ซ.ม.)  5.5-6  
 ความแข็งแรงของรากและลำต้น ดีมาก  
     
ขั้นตอนวิธีการปลูกและดูแลรักษา
การเตรียมดินก่อนปลูกใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 1.5-2.0 ตัน/ไร่ แล้วไถดะกลบให้ดินลึกประมาณ 10-12 นิ้ว และตากดินทิ้งไว้ 7-10 วัน
 ใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 15-15-15 หรือ 25-7-7 อัตรา 30-50 กก./ไร่ แล้วไถแปรขวางรอยเดิม
     
การปลูก    
การปลูกแบบแถวเดี่ยวระยะห่างระหว่างแถว 75 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้น 25-30ซ.ม. ปลูกหลุมละ 1-2 ต้น
 จำนวนต้นต่อไร่ประมาณ 7,000-8,500 ต้น จะใช้เมล็ดประมาณ 1.0-1.5 กิโลกรัมต่อไร่
  
การปลูกแบบแถวคู่มีการยกร่องสูง ระยะห่างระหว่างร่อง 120 ซ.ม. ปลูกเป็นสองแถว ข้างร่องระยะห่าง 30 ซ.ม.
 ระยะระหว่างต้น 25-30 ซ.ม.ปลูก 1-2 ต้นต่อหลุม จะมีจำนวนต้นประมาณ 7,000-8,500 ต้นต่อไร่
 และใช้เมล็ดประมาณ 1.0-1.5 กิโลกรัมต่อไร่การให้น้ำจะปล่อยน้ำตามร่องซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกดี
  
การใส่ปุ๋ย 
การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 1สูตรปุ๋ยที่แนะนำคือ 46-0-0 (ยูเรีย) อัตรา 25-30 กิโลกรัม ต่อไร่ ใส่เมื่อข้าวโพดมีอายุ 20-25 วัน
 หลังปลูก โรยข้างต้นข้าวโพดในขณะดินมีความชื้นหรือให้น้ำตาม หรือพูนโคนกลบปุ๋ยก็จะเป็นการ
 กำจัดวัชพืชไปในตัว 
การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าครั้งที่ 2เมื่อข้าวโพดมีอายุ 40-45 วันหลังปลูก ถ้าแสดงอาการเหลือง หรือไม่สมบูรณ์ ให้ใส่ปุ๋ยยูเรีย
 (46-0-0) อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างต้นข้าวโพดในขณะดินมีความชื้นหรือให้น้ำตาม
  
การให้น้ำ    
 ระยะที่ข้าวโพดหวานขาดน้ำไม่ได้คือระยะ 7 วันแรกหลังปลูกเป็นระยะที่ข้าวโพดกำลังงอก ควรให้
 น้ำอย่างเพียงพอ แต่ไม่มากจนเกินไป (ลองกำดินแล้วคายออกดินจะไม่จับเป็นก้อน) ถ้าข้าวโพดหวาน
 ขาดน้ำช่วงนี้จะทำให้การงอกไม่ดีจำนวนต้นต่อพื้นที่ก็จะน้อยลงจะทำให้ผลผลิตลดลงไปด้วย 
 ระยะที่ขาดน้ำไม่ได้อีกช่วงหนึ่งคือระยะออกดอก การขาดน้ำในช่วงนี้จะมีผลทำให้การผสมเกสร
 ไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่ดี ติดเมล็ดไม่เต็มถึงปลายฝัก หรือ ติดเมล็ดเป็นบางส่วน ซึ่งฝักที่ได้
 จะขายได้ราคาต่ำ โดยปกติถ้าเป็นพื้นที่ที่สามารถให้น้ำได้ควรให้น้ำทุก 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพ
 ต้นข้าวโพด และสภาพอากาศ แต่ช่วงที่ควรให้น้ำถี่ขึ้นคือช่วงที่ข้าวโพดกำลังงอก และช่วงออกดอก
 การเก็บเกี่ยว โดยปกติข้าวโพดหวานจะเก็บเกี่ยวเมื่อมีอายุประมาณ 70-75 วัน หลังปลูก แต่ระยะที่
 เหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวที่สุด คือระยะ 20-22 วันหลังข้าวโพดออกไหม 50% (ข้าวโพด 100 ต้น
 มีไหม 50 ต้น) ข้าวโพดหวานพันธุ์ Big 5 จะเก็บเกี่ยวที่อายุประมาณ 68-72 วัน หลังปลูก
 แต่ถ้าปลูกในช่วงอากาศหนาวเย็นอายุการเก็บเกี่ยวอาจจะยืดออกไปอีก หลังเก็บเกี่ยวแล้ว ควรรีบส่ง
 โรงงานหรือจำหน่ายโดยเร็ว เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำหากขาดน้ำจะมีผลต่อเมล็ดและน้ำหนักฝัก
     
โรคและแมลง    
หนอนเจาะฝักการระบาดของหนอนเจาะฝักข้าวโพด บางฤดูจะระบาด ทำให้ฝักข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวได้มีตำหนิขายไม่ได้
 ราคา ผลผลิตต่อไร่ลดลงสามารถป้องกันการระบาดได้โดยการหมั่นตรวจแปลงอยู่เสมอโดยเฉพาะใน
 ระยะเริ่มผสมเกสร ถ้าพบว่าเริ่มมีหนอนเจาะฝักให้ใช้ยา ฟลูเฟนนอกซูรอน หรือ ฟิโบรนิล (ชื่อสามัญ)
 ในอัตรา 20 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นที่ฝัก 1-2 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน 
     
เพลี้ยไฟถ้าข้าวโพดหวานออกดอกในช่วงฝนทิ้งช่วง หรือ ในหน้าแล้ง มักจะพบว่ามีเพลี้ยไฟเกาะกินน้ำเลี้ยงที่ไหม
 ของฝักข้าวโพดทำให้ไหมฝ่อการผสมเกสรไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่ดีตามไปด้วย ป้องกันได้โดย
 หมั่นตรวจแปลงในระยะออกดอก ถ้าพบว่ามีเพลี้ยไฟเกาะที่ไหมให้ใช้ยา เอ็นโดซันแฟน (ชื่อสามัญ)
 หรือ วีฟอส(ชื่อการค้า) อัตรา 40  ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ฝัก 
     
โรคราน้ำค้างเกิดจากเชื้อรา Peronosclerospora Sorghi สภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการระบาดในฤดูฝน
 ความชื้นในบรรยากาศสูง และอากาศเย็นในตอนเช้า สารเคมีที่ใช้ป้องกัน คลุกด้วยเมตาเลกซิล
 อัตรา 3-5 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม   
โรคราสนิมถ้ามีโรคราสนิมระบาดรุนแรงจะทำให้ฝักข้าวโพดไม่สมบูรณ์ การติดเมล็ดจะไม่เต็มถึงปลายฝัก
 ขายไม่ได้ราคา ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคราสนิมอยู่เป็นประจำควรฉีดพ่นด้วยยา ไดฟีโนโคนาโซล
 (ชื่อสามัญ)หรือ สกอร์ (ชื่อการค้า) อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตรเมื่อเริ่มเป็นโรค
Back
Share
 
เว็บสำเร็จรูป
×